<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา‘พ.ร.ก.คุ้มครองแพทย์’   ‘ความแหลมคม’ทางการเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้กระทรวงสาธารณสุขจะออกมาชี้แจงเหตุผลของการผลักดันพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำกัดความรับผิดบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 พ.ศ....ว่าเป็นไปเพื่อสร้างความมั่นใจและปกป้องบุคลากรทางการแพทย์และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโควิด-19 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดและทรัพยากรที่มีจำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในทางการเมืองแล้ว พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 พ.ศ....หรือที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เรียกสั้นๆ ว่า พ.ร.ก.คุ้มครองแพทย์ กลับมีความแหลมคมเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นเพราะหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายค้านมองว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้กำลังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเกราะคุ้มครองระดับผู้บริหารมากกว่า โดยใช้บุคลากรทางการแพทย์บังหน้าเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ออกมาคัดค้าน &amp;ldquo;การนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง&amp;rdquo; ระบุว่า โดยหลักการแล้วในสถานการณ์โรคระบาดเช่นนี้ การจำกัดความรับผิดทั้งทางอาญาและแพ่ง ให้กับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติด่านหน้า ที่ทำงานเต็มความสามารถ โดยสุจริต และไม่ได้เลือกปฏิบัติ ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ข้อเท็จจริงหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ การที่สถานการณ์การแพร่ระบาดเกิดขึ้นรุนแรงที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งมาจากการตัดสินใจเชิงนโยบาย ทั้งๆ ที่ควรจะคาดการณ์ได้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น 1.การไม่กระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีน 2.การจัดฉีดวัคซีนที่ล่าช้า ขาดการวางระบบในการจัดการ และการบริหารฐานข้อมูลที่ดี 3.การเบิกจ่ายงบประมาณในการเตรียมความพร้อม ทั้งด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยา และเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่จำเป็น ที่ขาดประสิทธิภาพ ดูเบาต่อสถานการณ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี หากมองข้ามความขัดแย้งระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กับ นายวิโรจน์ ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันเรื่องโควิด-19 มาโดยตลอด การผลักดัน พ.ร.ก.ฉบับนี้ แม้มีเจตนาที่ดี แต่สามารถสร้างจุดเปลี่ยนทางการเมืองได้ หากผลักดันอย่างไม่รอบคอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะต้องไม่ลืมว่า การที่ฝ่ายบริหารและระดับนโยบายได้ประโยชน์ไปด้วย ย่อมเปิดช่องให้ถูกครหาว่า ทำเพื่อประโยชน์ตัวเองมากกว่า เหมือนกับการล้างผิด-ฟอกตัว ให้กับตัวเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่ นายวิษณุ ยังมองเห็นถึงความสุ่มเสี่ยง จึงแนะนำนายอนุทินระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่แม้จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่รู้สึกได้ว่าอย่าผลีผลาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถือเป็นหลักการที่ดี เจตนาที่ดี ที่แพทย์อาจจะถูกฟ้อง แต่อาจจะไปใช้วิธีอื่นได้ เช่น ดึงเอาบุคลากรทางการแพทย์มาเป็นเจ้าพนักงานของ ศบค. ซึ่งได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ไม่แน่ใจว่าเพียงพอหรือไม่ แต่หากจำเป็นต้องออกเป็น พ.ร.ก.ก็อยากให้นำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรือเรื่องที่ต้องการแก้ไขอื่นๆ เช่น เรื่องวัคซีน โรงพยาบาลสนาม เอามารวมใน พ.ร.ก.ฉบับนี้ ไม่ใช่นิรโทษกรรมเรื่องเดียว&amp;rdquo; แหล่งข่าวอ้างคำพูดนายวิษณุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พ.ร.ก.คุ้มครองแพทย์ฉบับนี้ค่อนข้างอ่อนไหว และอาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งใหญ่ได้ ดังจะเห็นจากปฏิกิริยาจากสังคมที่ต่างให้น้ำหนักไปที่การ &amp;ldquo;นิรโทษกรรมให้ตัวเอง&amp;rdquo; ของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับอารมณ์ของประชาชนในขณะนี้ที่กำลังไม่พอใจรัฐบาล เนื่องจากมองว่า รัฐบาลบริหารจัดการโควิด-19 ผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นมิติของจำนวนผู้ติดเชื้อ การเข้ารับการรักษา การเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงผู้ประกอบการ ลูกจ้าง ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด การเร่งผลักดัน พ.ร.ก.ฉบับนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการราดน้ำมันใส่กองไฟ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การใช้วาทกรรม &amp;ldquo;นิรโทษกรรม&amp;rdquo; มันค่อนข้างละเอียดอ่อนในสังคมไทย เพราะเป็นคำที่ใช้ล้างผิดให้กับผู้กระทำผิด โดยไม่ต้องรับโทษ สังคมยิ่งรับไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากย้อนกลับไปสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนหนึ่งที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จุดกระแสขับไล่รัฐบาลติด ก็เพราะมีเงื่อนไขสำคัญจากการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย ที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้แม้จะมีเจตนาดีเพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ แต่หากผู้ได้รับประโยชน์มีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องย่อมเกิดกระแสต้านมหาศาล และอาจกลายเป็น &amp;ldquo;จุดร่วม&amp;rdquo; ให้ฝ่ายต่างๆ ออกมาขับไล่รัฐบาล จนไม่สามารถรับมือไหวเหมือนกับเรื่องอื่นๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญ ถึงขั้นที่ชี้เป็นชี้ตายการคงอยู่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เลยทีเดียว หากไม่รอบคอบ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113111</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, จับตา‘พ.ร.ก.คุ้มครองแพทย์’   ‘ความแหลมคม’ทางการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_61151f123d955.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
